ไทยรักไทย เร่งเสริม ศักยภาพ ธุรกิจ ขนาด SME
มุ่งสู่เชียงใหม่ ออกเดินสายดูงาน เก็บข้อมูล หวังช่วยฟื้นฟูประเทศไทย
         จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นจังหวัดแรกที่พรรคไทยรักไทยเดินทางไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 15-16 สิงหาคม 2541 เพื่อพบปะกับประชาชนทางภาคเหนือ พร้อมกับรับฟังความคิดเห็นของประชาชนจากหลากหลายอาชีพ พร้อมกันนี้ ก็ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมกิจการขนาดเล็ก   และขนาดกลาง  ซึ่งเป็นธุรกิจที่ผลิตสินค้าประเภทอุตสาหกรรมเกษตร และหัตถกรรมซึ่งส่วนใหญ่พึ่งพาวัตถุดิบภายในประเทศ    ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่พรรคไทยรักไทยมีความสนใจและมุ่งส่งเสริม
          หลังจากที่ประเทศไทยเราได้ประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรงมาตั้งแต่กลางปี 2540 ธุรกิจต่างๆก็พลอยได้รับผลกระทบอย่างมากมายส่งผลให้หลายๆบริษัทต้องปิดตัวลงตามที่ได้ทราบมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา   จนถึงปัจจุบันแนวโน้มปัญหาที่มีอยู่ก็ยังไม่มีอะไรจะดีขึ้นแม้ว่าหลายฝ่ายจะช่วยกันกอบกู้ฟื้นฟู ก็ตามที
          สำหรับทางภาคเหนือ จะถือได้ว่าค่อนข้างจะมีผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ   จากการเปิดเผยของ คุณพิมพรรณ อารีบุญทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัดว่า " เมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ แล้ว เศรษฐกิจของทางภาคเหนือมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง     เพราะ อุตสาหกรรมหลักของคนภาคเหนือเป็นอุตสาหกรรมเกษตรและหัตถกรรมซึ่งส่วนใหญ่พึ่งพาวัตถุดิบในประเทศ   ดังนั้นการลดค่าเงินบาทจึงกลายเป็นผลดี ที่ทำให้กิจการหลายๆ กิจการมีคำสั่งซื้อเข้ามายังโรงงานเป็นจำนวนมาก"
          ด้วยอุตสาหกรรมในภาคเหนือส่วนใหญ่ เป็นอุตสาหกรรมขนาดกลาง และ ขนาดเล็กเพราะฉะนั้นจึงมีความยืดหยุ่นในกระบานการผลิตค่านข้างมาก ทางโรงงานจึงสามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการการผลิตให้เป็นไปอย่างคล่องตัว
          พรรคไทยรักไทยโดย ดร.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรค ได้เล็งเห็นถึงแนวทางที่จะช่วยมุ่งแก้ไขปัญหาสนับสนุนและพัฒนาธุรกิจในระดับกลางและเล็ก ที่มีศักยภาพ หรือที่เรียกว่า  SME = SMALL  &  MEDIUM SIZE ENTERPRISE   ให้เป็นการพัฒนาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจ และเป็นฐานรองรับอันมั่นคงของเศรษฐกิจไทย
          หลายคนคงยังมองไม่เห็นภาพว่า SME   คืออะไร SME  คือธุรกิจที่มีการประกอบการอยู่ในระดับขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลางที่มีศักยภาพ มีคุณภาพ และ ใช้วัตถุดับภายในประเทศ   และมีรายได้จากการส่งออกเป็นหลัก
          โดยทั้งนี้จะได้ขอยกตัวอย่างโรงงานขนาด SME ที่พรรคไทยรักไทยโดย ดร.ทักษิณ ได้นำไปเยี่ยมชมนั้นเป็นอย่างไรบ้าง
          1) ไทย พอทเทอรี่ อินดัสตรี จำกัด   ซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่บนถนนเชียงใหม่ - ลำปาง   โดยผลิตเซรามิกตกแต่งบ้าน   เซรามิกบนโต๊ะอาหาร และกระถางดินเผา โดยใช้เทคนิคการผสมสี และใช้น้ำยาเคลือบผนวกเข้ากับการดีไซน์ ที่มีความทันสมัย หลากสีสัน และรูปทรงเขียนลายด้วยมือ ซึ่งใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ภายในประเทศ ซึ่งมีกำลังการผลิต   8,000 - 15,000   ชิ้น ต่อเดือน   จากคนงานทั้งสิ้น 300  คน โดยจัดส่งไปขายยังตลาดต่างประเทศถึง 95%  คือ อังกฤษ  สวีเดน เบลเยี่ยม  ฝรั่งเศสเยอรมัน   ออสเตรเลียสหรัฐอเมริกา เนเธอแลนต์ กิจการขนาดกลางนี้สามารถทำรายได้ถึง 200ล้านบาทต่อปีทั้งนี้ยังมีคำสั่งซื้อที่เต็มไปถึงกลางปี 2542 แล้ว
          2) เช่นเดียวกันกับ บริษัทสยามศิลาดล ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของกิจการเครื่องปั้นดินเผาหรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า   ศิลาดล  โดยใช้วัสดุธรรมชาติมาเป็นน้ำเคลือบผิวเครื่องปั้นดินเผา คือขี้เถ้าจากฝางข้าว ขี้เถ้าจากไม้กอ และดินหน้านา ซึ่งวัสดุเหล่านี้เมื่อเคลือบ และ เผาในอุณหภูมิที่พอเหมาะ จะให้ลวดลายบนพื้นผิวเครื่องปั้นดินเผาที่แตกต่างกันไป ซึ่งคล้ายกับของเก่าที่ทรงคุณค่าจึงทำให้   ศิลาดล  ของบริษัทดังกล่าวเป็นที่ต้องการของลูกค้าเป็นอย่างมาก   ทั้งลูกค้าใน  เอเชีย   อังกฤษ  อิตาลี   สหรัฐอเมริกา  และ โรงแรมในเครือ FOUR SEASON และที่สยามศิลาดล ก็มีคำสั่งซื้อที่เต็มไปตลอดจนถึงกลางปี 2542
          3) บริษัท  โอเรียนทัล เท็กไทล์   เป็นผู้ดำเนินกิจการผ้าไหมสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ ภายใต้เครื่องหมายการค้าชื่อ "วิลาสินี"  เป็นกิจการเล็กที่เน้นคุณภาพสูง ให้ตรงกับรสนิยมคนตะวันตกคือมีสีสันที่นุ่มนวล เหมาะกับการตกแต่งบ้าน โดยได้แรงงานฝีมือดีจำนวน 30 คน จากภาคอีสานผลิตผ้าไหม ตลาดส่งออกที่สำคัญหลักๆ อยู่ใน ยุโรป สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง ญี่ปุ่น
          นั่นเป็นตัวอย่างจากหลายๆ กิจการ ที่เห็นได้ว่าเป็นธุรกิจที่มีขนาดเล็กและกลาง ที่สามารถแปรรูป เสริมทักษะ   และสร้างภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นผลิตภัณฑ์สินค้าหัตถกรรม เพื่อส่งออก โดยจะนำมาซึ่งเงินตราต่างประเทศจำนวนมหาศาล    
          อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นเพื่อการส่งออก แต่การดำเนินงานของกิจการเหล่านี้ ก็ยังไม่แข็งแกร่งพอ ที่สำคัญกิจการเหล่านี้ยังคงต้องการความสนับสนุนในอีกหลายด้านโดยเฉพาะทางด้านการเงินและการจัดการที่ทันสมัย
          ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าพรรคไทยรักไทย มีนโยบายจะช่วยส่งเสริมในด้านการเงิน การจัดการ โดยมีความมุ่งหมายว่าทำอย่างไรให้กิจการขนาดเล็กและกลางซึ่งเป็นกลไกหลักของเศรษฐกิจภาคเหนือ สามารถก้าวทันและเชื่อมโยงกับกระแสโลกได้อย่างแท้จริง เพื่อสามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงกระแสโลก มาเกื้อกูลการผลิตของชุมชน
          เพื่อให้นโยบายดังกล่าวเดินหน้าเข้าสู่ความจริงเร็วที่สุด ภารกิจสำคัญของพรรคจึงมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลางในการดำเนินธุรกิจ นับตั้งแต่การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี อำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนการค้าให้ความช่วยเหลือทางการเงิน ให้ความช่วยเหลือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีในระดับที่เหมาะสมกับการผลิตของกิจการเหล่านั้น รวมถึงการอนุญาตเข้าเมืองและการอนุญาตทำงานเป็นกรณีพิเศษ สำหรับกิจการที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากต่างประเทศมาช่วยการพัฒนาการผลิตสินค้า
          อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี หากจะได้มีการทำงานกันอย่างจริงจัง และในฐานะที่เป็นผู้ชม คงต้องให้กำลังใจ เพื่อให้ทำงานได้ต่อไป ในการช่วยกันฟื้นฟู เศรษฐกิจของประเทศไทยให้ดีขึ้น กว่านี้ เพราะ ณ วันนี้แล้ว ประชาชนเอง คงไม่เกี่ยงกันแล้วว่า จะเป็นใครที่จะมาพัฒนาเมืองไทยของเรา

วันที่ : 30/10/2541