ลงมือทำ SME

    ไม่มีใครคาดคิดว่า  ในช่วงเวลา 1 ปี ประเทศของเราจะประสบปัญหาอันร้ายแรงอย่างที่เราไม่
เคยพบเคยเห็นมาก่อน รัฐบาลในขณะนั้นคิดว่าปัญหาของเราสามารถแก้ไขได้เพียงข้ามปี   เราต่าง
ได้ใช้ความอดทน  อดกลั้น   เชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหากเราทำตามแนวนโยบายการแก้ไขปัญหา  
ตามที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้ให้แนวทางและกรอบของการแก้ไขปัญหากับ
เรามา
    คนไทยทุกคนก็ทำได้ดีเยี่ยม ไม่มีความรุนแรง แต่กระนั้น ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นไปในทางตรง

กันข้าม อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปี 2541 ติดลบไป 7%
    ความหวังจะกลับมามีชีวิตที่สมบูรณ์เหมือนเดิมดูจะเลือนลางไปทุกที

    แต่ท่ามกลางการล้มละลายของธนาคารและกิจการขนาดใหญ่ จนกลายเป็นการล่มสลายของระบบ
เศรษฐกิจนั้น เชื่อหรือไม่ว่า   มีคนกลุ่มหนึ่งที่รอดพ้น   พวกเขาเป็นเพียงส่วนหนึ่งและส่วนเดียวของ
ระบบเศรษฐกิจที่ยังคงทำงานหาเงินได้

    พวกเขาบางคนมียอดขายคนละกว่า 200 ล้านบาท เป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นมากอย่างน่าประหลาด

ใจ บางแห่งมีกำไร 50 ล้านบาท และมีแนวโน้มกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 - 30% ในปีนี้
    กิจการของพวกเขาเหล่านี้มักมีทุนไม่มากไม่กู้เงินต่างชาติ แต่ผลิตสินค้าที่หลากหลาย ใช้ฝีมือ มี

ความงาม และคุณภาพในระดับสากล กิจการเหล่านี้ล้วนเป็นกิจการขนาดกลางและเล็ก ซึ่งจากนี้เรา
จะเรียกพวกเขาว่า SME : Small & Medium Size Enterprise
 

ข้อมูลเกี่ยวกับ SME

    SME คือ ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางโดยย่อมาจาก Small and Medium Enterprises
เนื่องจากรัฐเริ่มให้ความ สนใจกิจการขนาดเล็กและขนาดกลางมากขึ้น อีกทั้งกระทรวง อุตสาหกรรม
ก็มีนโยบายที่จะส่งเสริมและสนับสนุนกิจการขนาดกลาง และเล็กอย่างชัดเจน   เพราะเห็นว่าเป็นกำลัง
สำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม โดยมีกรมส่งเสริม อุตสาหกรรมรับผิด
ชอบอยู่ ทั้งนี้ SME ของไทย (รักไทย) จึงไม่ใช่กิจการในลักษณะเดิม แต่จะต้องมีลักษณะใหม่ คือ
1. เป็นธุรกิจที่สามารถขายได้ในบาทโซน และดอลลาร์โซน
2. ต้องเป็น SME ที่ผลผลิตมีดีไซน์ และมีคุณภาพที่ตลาด โลกต้องการ และยอมรับได้
3. จะมีความสัมพันธ์ทางการบริหาร การออกแบบ และการผลิตที่เป็นสากลโดยมีหุ้นส่วนผู้บริหารมา
     จากที่ใดก็ได้ของโลก ที่มีทักษะมีเทคโนโลยีมาถ่ายทอดและร่วมเป็นเจ้าของร่วมเสี่ยง
4. จะต้องมีความเข้าใจตลาดของตนอย่างแท้จริง
5. จะต้องมีการปรับผลผลิตให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาด
6. จะต้องลดต้นทุนการผลิตให้ถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยจะต้อง ไม่มองหา แหล่งเงินทุนในประเทศ
     เท่านั้น

 

--- 3 มิถุนายน 2542 ---